[Review] Silver linings playbook

posted on 07 Mar 2013 19:14 by khuntooyen in Movie directory Entertainment

 

Silver Linings Playbook (2012)


พูดถึงก่อนดู

ซวพ.(ขอเรียกย่อๆ55) เป็นหนังอีกเรื่องที่เราได้ยินข่าวคราวการสร้างมาเรื่อยๆ ตอนแรกก็สนใจประมาณหนึ่งเพราะมีเบรดลี่ย์กับเจนิเฟอร์เล่น เป็นแฟนคลับของทั้งคู่ ที่รู้ตอนแรกก็คือเป็นหนังดราม่า-โรมแมนติคทั่วไป เราก็ไม่ได้อะไร จนกระทั่งกระแสเริ่มมาบูมช่วงออสการ์ คือแบบ ทุกคนไปดูแล้วก็กลับมาแบบประทับใจมากกกกกก คะแนนดีมาก(92จากเว็บมะเขือ!!) แล้วเจนิเฟอร์ยังได้รางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมอีก คือชนะเจสสิก้าอ่ะ เราก็แบบ เฮ้ยยยยยยย ตกลงเรื่องนี้มันมีอะไรดีวะ!? ข้องใจมากกกกก จนในที่สุดหลังจากเสร็จภารกิจวุ่นวายทั้งป่วงก็รีบวิ่งไปดู

 

 

 

 

เริ่องย่อ

แพททริค เป็นชายหนุ่มผู้ประสบปัญหาในชีวิตคู่ จนถูกบังคับให้อยู่ในโรงพยาบาลจิตเวชนาน 8 เดือน หลังจากออกมาเพื่อเริ่มใช้ชีวิตปกติ แพทก็พยายามจะปรับตัวให้ปกติที่สุด ออกกำลังกาย อ่านหนังสือ ควบคุมอารมณ์ พบเจอเพื่อน จนเขาได้เจอกับทิฟฟานี่ น้องสาวแฟนเพื่อน ซึ่งก็เป็นอีกคนที่ชีวิตคู่ล้มเหลวเช่นเดียวกัน

 

พูดถึงหนัง

ไปอ่านคำวิจารณ์มามีคนนึงพูดว่า หนังเรื่องนี้เป็นหนัง Serious romantic comedy ฟังดูปฏิพากย์มาก แต่หลังจากดูหนังจบก็พบว่า เออจริง! หนังเล่าถึงช่วงชีวิตนึงของแพท โดนเผยรายละเอียดทีละนิดๆ สิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้สนุกหรือประทับใจคนดูคือบท บทพูดเรื่องนี้เป็นอะไรที่สุดยอดมาก รองมาคือตัดต่อและซาวน์

หนังทำให้คนดูยิ้มและหัวเราะ แต่อีกแง่หนึ่งก็จะทำให้เราฉุกคิดว่า 'เฮ้ย นี่มันเรื่องเศร้านะเว้ย' อารมณ์ของหนังจะค่อนข้างขึ้นๆลงๆ แล้วจบด้วยฉากพีคที่เราแทบจะลุกขึ้นเฮไปกับหนัง

เอาเป็นว่าถ้าคาดหวังดราม่าเข้มข้นหรือโรแมนติคหวานย้อย ขอแนะนำว่าอย่าดู แต่ถ้าอยากฟังเรื่องเล่าของผู้ชายที่พยายามจะเปลี่ยนชีวิตและเขาจะเปลี่ยนคุณด้วย ก็ไปดู :)

เรื่องนี้ให้ 9.5/10 ค่ะ

 

 

 

 

ต่อจากนี้มีสปอยล์

ชอบฉากและบทในเรื่องเยอะมาก คือประทับใจหลายฉากมาก ชอบสุดคือฉากเดทครั้งแรกคืนฮัลโลวีน บทพูดแบบว่าสุดยอดมากและตลกมาก คือเราขำบนความทุกข์ของทิฟฟานี่และมารยาททางสังคมแย่ๆของแพท แต่เราสะอึกในใจมากเลยนะแบบ เฮ้ยมันไม่ขำนะเว้ย มันเป็นช่วงชีวิตที่เศร้าโคตรๆของทิฟนะเว้ย

ซึ่งพอมาคิดดูก็คงเป็นตรงจุดที่ทิฟซึ่งเป็นเจ้าของเรื่อง เล่าเรื่องนี้เองด้วยความรู้สึกที่ไม่ยี่หระ ทิฟเป็นคนที่ก้าวผ่านช่วงหลุมของชีวิตมาแล้ว ในขณะที่แพทยังค้างอยู่ในนั้น แพทยังพูดถึงนิคกี้เหมือนว่านิคกี้ยังรักตัวเองอยู่เสมอ สรุปคือแพทเป็นเจ้าพ่อมโนนั่นเอง 55

หนังไม่ได้บอกเราตรงๆว่าสู้นะหรืออย่ายอมแพ้ แต่เราต้องกลับมาคิดเองและกรองเอง ซึ่งใครจะกรองแล้วได้อะไรมาเราว่าก็ขึ้นอยู่กับช่วงชีวิต ณ ตอนนั้น

 

แอบพูดถึงเจนิเฟอร์

ดูไปก็สังเกตว่าตรงจุดไหนนะที่ทำให้เจนิเฟอร์ได้รางวัล เพราะถ้าจะเอาบทเรื่องนี้ไปเทียบกับเจสสิก้าจากซีโร่ฯ หรือแบบนาโอมิวัตส์ ที่บทดราม่าโคตรๆ หรือรุ่นเก๋าแบบป้าเรื่องอะมูร์ มันก็ดูเทียบไม่ได้เลยนะ

คิดว่าสิ่งที่ทำให้เจนิเฟอร์ชนะน่าจะเป็นการที่เธอทำให้ทุกคนเชื่อไปแล้วว่าเธอคือทิฟ และดึงตรงจุดที่ว่าทิฟผู้ซึ่งน่าจะเข้มแข็งแล้วก็ยังเล็ดลอดความเจ็บปวดผ่านน้ำเสียง ผ่านสายตา ซึ่งเจนิเฟอร์ทำได้สุดยอดมากกกกกก

 

 

ปล. แอบเสียใจที่เจนิเฟอร์ไม่ได้ตำแหน่ง ผู้ชนะรางวัลนำหญิงออสการ์ที่อายุน้อยที่สุด แก่กว่าปีเดียวเอง(เจนิเฟอร์23 มีคนนึง22ตอนสมัยปี1986)

ปล2. แอบชอบชื่อเรื่อง คำว่า Silver lining มาจากสำนวนที่เราได้ยินกันบ่อยๆ Every cloud has a silver lining แปลประมาณฟ้าหลังฝน ส่วนคำว่า Playbook เป็นคำเรียกเทคนิคการเล่นกีฬาของอเมริกันฟุตบอล(เป็นหลัก) รวมกันจึงได้คำแปลประมาณว่า “เทคนิคการหาฟ้าทิ่อยู่หลังฝน”


ปล3.  

"I was a slut.

There will always be a part of me that is dirty and sloppy, but I like that, just like all the other parts of myself.

I can forgive.

Can you say the same for yourself, fucker?"

สะอึกแรงๆหลังทิฟพูดประโยคนี้
นั่นสินะ คนเราจะยอมรับได้ทุกช่วงชีวิตหรือเปล่า คุณรับได้รึเปล่าว่าเคยมีเรื่องร้ายๆเกิดขึ้นในชีวิตคุณ

 

Comment

Comment:

Tweet